วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550



ใช้ชีวิตอย่าง "เพียงพอ" เพื่อความสุขที่ "พอเพียง"ที่มาจาก http://www.pooyingnaka.com
Dailynewsแก่นแท้ของชีวิตที่พอเพียงหาใช่การถอยหลังเข้าคลอง หาใช่นิยามความเชย ที่คนรักวัตถุนิยมแอบคิดอยู่ในใจ หากแต่คือการใช้ชีวิตอย่างมีเหตุผล และพอประมาณเพียงความสุขขั้นพื้นฐาน บางครั้งคนที่ได้ครอบครองกระเป๋าใบละ 5 หมื่น ก็ไม่ได้บ่งบอกอะไรนอกจากรสนิยมของเจ้าของ (ที่ดีหรือเปล่า?คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง) ผู้คนเดินขวักไขว่สวนกันไปมาอย่างรีบเร่งจนลืมมองท้องฟ้า ลืมมองคนที่เดินผ่าน มองเข้าไปลึก ๆ แล้ว คนเราก็เพียงแค่วิ่งตามความสุขที่อยู่บั้นปลายชีวิตเท่านั้น ด้วยความเชื่อที่ถูกฝังแน่นอยู่ในหัวว่า ชีวิตที่ต้องทำงานและดิ้นรนแก่งแย่งเท่านั้นจึงจะอยู่รอดปลอดภัยในภายภาคหน้า บางคราวัตถุที่เป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งความสุขที่มนุษย์อุปโลกน์ขึ้นมา ก็เป็นเพียงแค่ความฉาบฉวยครั้งคราว ลมพัดก็ปลิวไปตามลม นอกจากจะไม่ยั่งยืนอยู่ทนยังมาเอาจิตวิญญาณเราไปด้วย ความสุขที่ยั่งยืนไม่ได้อยู่ไกลจนถึงขนาดต้องวิ่งตาม ทุกอย่างอยู่ที่ใจ เพียงแค่เก็บเกี่ยวและเดินช้า ๆ เพื่อลองฟังเสียงหัวใจเต้นดูบ้าง ชีวิตที่ ฟูฟ่าที่ว่าดีนักหนานั้น ไม่ใช่วิถีดีที่เหมาะสมอย่างยั่งยืนแต่อย่างใด สุขแบบตูมตามครั้งเดียว แล้วหาไม่ได้อีกเลยตลอดชีวิต หรือจะสู้สุขทีละนิด แต่สุขนาน ๆ ได้ ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่เคยหรูหรา มาสู่วิถีสามัญที่ยั่งยืนดีกว่า....โดยสารอย่างหรูหรา หรือแค่ถึงที่หมายหลายคนมีรถยนต์ไว้ใช้งานจริง ๆ แต่ก็มีอีกหลายคนมีรถยนต์เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ประดับบารมี ประโยชน์ของมันที่แท้แค่เพียงส่งเราถึงที่หมายในแต่ละวัน แต่สิ่งที่ต้องแลกคือน้ำมันอันแพงประหนึ่งทองกับมลพิษที่ต้องพ่นระบายออกไปในอากาศ หากมองถึงเพียงประโยชน์และหน้าที่ของรถยนต์ นั่งรถโดยสารประจำทางก็เหมือนกัน ถึงที่หมายได้เหมือนรถยนต์ แม้จะต้องแลกด้วยเหงื่อเพียงเล็กน้อย และอาจต้องตื่นเช้ามากกว่าเดิม ได้เดินมากขึ้น แต่สิ่งที่ได้คือ แข็งแรงขึ้น เห็นโลกมากขึ้น เพราะบนรถเมล์มีผู้คนทุกระดับประทับใจ ประหยัดขึ้น ทำให้การจราจรในเมืองหลวงแออัดน้อยลง มลพิษน้อยลง ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้าไม่ได้ลำบากยากเข็ญเกินกว่าแรงเราจะรับไหว เป็นเพียงหนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่ต้องพบเจอทุกวันเป็นเรื่องธรรมดา
กินแค่อยู่ หรือมีชีวิตอยู่เพื่อเอาแต่กินบางคนมีความสุขกับการได้กินของแพง กินของนอก ทั้งที่รสชาติและคุณค่าไม่ได้แตกต่างกัน ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตกินเพียงอิ่ม แต่ครบถ้วนไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่จำเป็นในชีวิต บริโภคอย่างพอเพียง เพื่อให้ชีวิตอยู่ได้อย่างเพียงพอ ของแพงไม่ได้แปลว่าอร่อย ภัตตาคารหรูไม่ได้แปลว่าสะอาดกว่าฝีมือของแม่ ลองปลูกพืชผักสวนครัวกินเองดูบ้าง คุณอาจพบว่า เวลากินผลผลิตจากมือตัวเอง ความภาคภูมิใจนั้น เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดที่หากินที่ไหนไม่ได้ในโลก
ช้อปปิ้งคือชีวิต คิดผิดมหันต์แต่ละเดือน ๆ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเติมมาในบัตรเครดิต คือการรูดซื้อเสื้อผ้า ของประดับที่ไม่จำเป็นเลย ในชีวิต ลองพินิจดู รางวัลชีวิตที่แท้จริงที่คุณควรปรนเปรอตัวเอง ไม่ได้มีอยู่แค่ในห้างสรรพสินค้า ตัดค่าใช้จ่ายในชีวิตที่ไม่จำเป็น ที่รังแต่จะทำให้ชีวิตคุณรกรุงรัง ซื้อของเท่าที่ จำเป็น ไม่ใช่เพียงในยุคน้ำมันแพง แต่ทุกยุคทุกสมัย เรื่องประหยัดเป็นเรื่องฉลาดที่คนเราควรหัดไว้ให้เป็นนิสัย ใช้เงินประหยัด ไม่ได้หมายความว่าไม่มีใช้ แต่หมายถึงใช้เงินให้คุ้มค่า และมีประโยชน์สูงสุด
กลับสู่ธรรมชาติชีวิตฟู่ฟ่าในสังคมเมือง เป็นความโหวกเหวกท่ามกลางความโดดเดี่ยว ต่างคนต่างทำหน้าที่ ขวนขวายแก่งแย่งได้มาแทบบ้าตาย หลายครั้งหลายคนอาจฉุกคิดได้ว่า ตัวตนของคุณไม่ใช่แบบนี้ มองซ้ายเป็นตึก มองขวาเป็นถนนที่เต็มไปด้วยควัน กลับคืนสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด หรือลองศึกษาธรรมชาติดูบ้าง แรงบันดาลใจดี ๆ ในการใช้ชีวิตอาจมีมากขึ้น มีคนเคยกล่าวไว้ มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ กลับคืนเมื่อไหร่ก็ไม่มีวันขวยเขิน
ใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์มีความคิดสร้างสรรค์เป็นอาวุธทางปัญญา เทรนด์การตลาดที่ร้อนแรง ก็ไม่อาจพรากเอาตัวตนของคุณกลมกลืนไปเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดได้ มีวิจารณญาณในการบริโภค พูดง่าย ๆ คือ เลือกในสิ่งที่ชีวิตคุณต้องการ ไม่ใช่มีคนบอกว่า ชีวิตคุณต้องมีแบบนั้น ต้องการแบบนี้
‘พอใจ’ แล้ว ใจจะพอเพียง ภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ คนไทยมีอะไรหลายอย่างที่ต่างชาติไม่มี แม้ในทางกลับกัน เราก็อาจจะไม่มีในสิ่งที่เขาครบครัน ความไม่มีไม่ได้หมายความว่าขาด บางคราก็อาจจะไม่เหมาะกับวิถีของเรา ระเบิดจากภายใน มองเรื่องเล็ก ๆ ใกล้ตัว แล้วขยายวงสู่เรื่องใหญ่ ๆ ระดับชาติ ชีวิตก็ดำรงอยู่ได้อย่างที่ควรจะเป็น ไม่แก่งแย่ง ไม่แข่งขัน เพียงช่วยเหลือเกื้อกูลกัน บ้านเราทำน้ำพริกอร่อย ก็แบ่งปันให้ข้างบ้าน ขณะที่ป้าข้างบ้าน แกงรสชาติดี ก็แบ่งให้บ้านเราช่วยชิมบ้าง หรือบางทีที่ไม่มีรถยนต์ขับ อาจเป็นเพราะคุณไม่เหมาะกับการขับรถด้วยตัวเอง สินค้าแบรนด์เนมก็อาจไม่เหมาะกับบุคลิกของคุณก็เป็นได้ แก่นแท้ของความสุข ไม่มีขายที่ห้างสรรพสินค้า สั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ตก็ไม่ขาย หัวใจที่เหนื่อยล้า เพราะมัวแต่วิ่งตามหาวัตถุ ก็ไม่มีบริการสปาไว้บำบัด หากแต่ต้องปลูกรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ย แล้วความสุขที่แท้และยั่งยืนจะงอกงามตามวิถีธรรมชาติในหัวใจของคุณเอง.ที่มาจาก http://www.pooyingnaka.com/


คณะอักษรศาสตร์ หรือ คณะศิลปศาสตร์ ชื่อคณะภาษาอังกฤษใช้ Arts เหมือนกัน แต่ชื่อภาษาไทยต่างกันสำหรับ อักษร จุฬาฯ มีจะสาขาวิชาที่ให้เลือกเป็น ภาษาไทย (เรียนภาษาและวรรณคดีไทยอย่างละเอียดยิบ)ภาษาอังกฤษ (ทอปฮิต บางคนเลือกไม่ได้ตอนจะขึ้นปี2 ถึงซิ่วเข้าใหม่เผื่อจะได้เอกอิ้งก็มี) ภาษาตะวันตก (พวกเยอรมัน-ฝรั่งเศส-สเปน-อิตาเลียน-โปรตุเกส) ภาษาตะวันออก (พวกญี่ปุ่น-จีน-เกาหลี-เวียตนาม-มาเลย์-บาลี-สันสกฤต) ภาษาศาสตร์ (เรียนหลักการออกเสียง ธรรมชาติของภาษาของมนุษย์)ประวัติศาสตร์ปรัชญาศิลปการละคร (เรียนหลักการแสดง ละครเวที การเขียนบท กำกับ ออกแบบ ฯลฯ นาเดีย นิมิตรวานิต จบจากภาคนี้)บรรณารักษศาสตร์ (หลักการการจัดการห้องสมุด)ภูมิศาสตร์ (ไม่ใช่แค่ที่ใช้เอ็นแน่)วรรณคดีเปรียเทียบสำหรับจะทำงานอะไร คณะเค้าบอกมาว่าด้านวิชาการ : อาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นักเอกสารสนเทศ นักจดหมายเหตุ นักสารนิเทศ เจ้าหน้าที่แผนที่ เจ้าหน้าที่ผังเมือง ด้านธุรกิจ : ผู้บริหาร เลขานุการ พนักงานบริษัท พนักงานธนาคารและสถาบันการเงิน พนักงานธุรกิจโรงแรม ด้านสื่อสารมวลชน : นักการละคร นักการโฆษณา บรรณาธิการ นักหนังสือพิมพ์ นักประชาสัมพันธ์ ด้านต่างประเทศ : นักการฑูต ล่ามและนักแปล ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศ มัคคุเทศก์ พนักงานสายการบิน อาชีพอิสร : นักเขียน นักแปล นักข่าว นักวิจารณ์ สรุปก็คือ งานที่ต้องใช้ภาษา หรือติดต่อกับต่างประเทศ ประมาณนั้นจาก http://www.arts.chula.ac.th
คำศัพท์ [vocabulaire] :
- défendre qqn / qqch (v.) = ปกป้อง, คุ้มครอง / défendre à qqn de + inf. = ห้ามไม่ให้ใครทำอะไร / défense (n.f.) = การปกป้องคุ้มครอง, การห้าม / défenseur (n.m.) = ผู้ปกป้อง, ผู้คุ้มครอง, ผู้ต่อสู้เพื่อปกป้อง...
- sans doute [= peut-être] = บางที, อาจจะ
- terme (n.m.) = 1. คำศัพท์, สำนวน 2. บั้นปลาย, ข้อกำหนด : C'est un projet à long terme. [นี่เป็นโครงการระยะยาว] / Mener quelque chose à terme = ดำเนินการจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี : Il faut mener à terme la réforme. [เราต้องดำเนินการปฎิรูปให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี]
- manifestation (n.f.) = การแสดงให้เห็น, การเดินขบวนคัดค้าน / manifester (v.) = แสดงให้เห็นถึง / manifestant (n.m.) = ผู้เดินขบวนคัดค้าน
- agression (n.m.) = การรุกราน, การเข้าทำร้าย / agresseur (n.m) = ผู้รุกราน / agressif (adj.) = ที่รุกราน, ที่ก้าวร้าว / agresser (v.) รุกราน, เข้าทำร้าย
- anxiété (n.f.) = ความกังวล, อาการจิตกังวล / anxieux (adj.) = วิตก, กังวล, เป็นห่วง
- intense (adj.) = เข้มข้น, มากมาย, ใหญ่โต, รุนแรง, (หนาว) จัด / intensité (n.f.) = ความเข้มข้น, ความแรงจัด
- effort (n.m.) = ความพยายาม, ความอุตสาหะพากเพียร, ความบากบั่น / s'efforcer de + inf = เพียรพยายามที่จะ, ตะเกียกตะกาย...
- provoquer (v.) = ก่อให้เกิด, ยั่วยุ / provocation (n.f.) = / provocateur (adj.et n.) = / provocant (adj.) = ยั่วยุ, กวนโทโส, เต็มไปด้วยเสน่ห์
- réaction (n.f.) = ปฎิกริยา, การมีปฎิกริยาโต้ตอบ : C'est un avion à réaction. [นี่เป็นเครื่องบินไอพ่น] / réagir (v.) = (มีปฎิกริยา)โต้กลับ / réacteur (n.m.) = ท่อไอพ่นเครื่องบิน, เตาปฏิกรณ์ปรมนู : Cet avion a 4 réacteurs. [เครื่องบินลำนี้มีท่อไอพ่น 4 ท่อ]
- respirer (v.) = หายใจ / respiration (n.f.) = การหายใจ / respiratoire (adj.) = ที่เกี่ยวกับการหายใจ / aspirer (v.) ou inspirer (v.) = หายใจเข้า / expirer (v.) = หายใจออก
- transpirer (v.) = เหงื่อออก / transpiration (n.f.) = อาการเหงื่อออก
- détendu (adj.) = ผ่อนคลาย / se détendre (v.) = ผ่อนคลาย, คลายเครียด # tendre (v.) = ยื่นออกไปให้ตึง / tendu (adj.) = ตึงเครียด / tension (n.f.) = ความตึงเครียด
- contrôler (v.) = ควบคุม, ตรวจสอบ / contrôle (n.m.) = / contrôlable (adj.) = # incôntrolable (adj.) = / contrôleur (n.m) = ผู้กำกับควบคุม, ผู้ตรวจสอบ
- facteur (n.m.) = 1. ตัวประกอบ, ปัจจัย 2. บุรุษไปรษณีย์
- lutter (contre qqch / qqn) (v.) = ต่อต้าน / lutte (n.f.) = 1. การต่อสู้ 2. กีฬามวยปล้ำ
- paniquer (v.) = ตื่นตระหนก, แตกตื่น, อลหม่าน / paniqué (adj.) = ที่ตื่นตระหนก : Une foule paniquée / panique (n.f.) = ความตื่นตระหนก, การแตกตื่น : Les passants ont été pris de panique en voyant l'incendie. [ผู้คนที่ผ่านไปมาต่างตี่นตระหนกเมื่อเห็นเพลิงไหม้]
- limité (adj.) = ที่ถูกจำกัด, ที่ถูกกำหนดไว้ / limiter (v.) = จำกัด / limite (n.f.) = การจำกัด, ข้อจำกัด
- s'habituer à qqch ou à faire qqch = ทำให้ตนเองคุ้นเคยกับ...
- surmonter qqch (v.) = เอาชนะ...
- point fort = จุดแกร่ง, จุดเด่น # point faible = จุดอ่อน, จุดด้อย
- efficace (adj.) = ที่มีประสิทธิภาพ / efficacement (adv.) = อย่างมีประสิทธิภาพ / efficacité (n.f.) = ความมีประสิทธิภาพ / inefficace (adj.) = ที่ไม่มีประสิทธิภาพ / inefficacité (n.f.) = ความไม่มีประสิทธิภาพ
- malgré (prép.) = ทั้งๆที่...[ใช้แสดงความขัดแย้ง] : Elle s'est promenée en ville malgré la pluie. [หล่อนไปเที่ยวในเมืองทั้งๆที่ฝนตก]
- profond (adj.) = ลึก, ล้ำลึก / profondément (adv.) = อย่างลึกๆ, (หลับ)สนิท / profondeur (n.f.) = ความลึก
- se relaxer (v.) = ผ่อนคลาย, ทำให้สบาย / relaxant (adj.) = ที่ผ่อนคลาย, ที่รู้สึกสบายๆ / relaxation (n.f.) = การผ่อนคลาย : J'ai besoin d'un moment de relaxation. [ฉันต้องพักสักครู่]
- vide (adj. et n.m.) = ว่างเปล่า, ความว่างเปล่า # plein (adj.) = เต็ม
- exceptionnel, exceptionnelle (adj.) = ที่ยกเว้น, เป็นกรณีพิเศษ / exceptionnellement (adv.) = เป็นพิเศษ / exception (n.f.) = ข้อยกเว้น, การยกเว้น : / excepté (prép.) = ยกเว้น : Le restaurant est ouvert tous les jours excepté le lundi.
- effet (n.m.) = ผล, ผลที่มีต่อ... : Ce médicament n'a aucun effet sur le malade. [ยานี้ไม่มีผลใดๆต่อคนป่วย] / - en effet (locution adverbiale) = 1. ด้วยเหตุผลที่ว่า [= car, parce que..] : Il ne sera pas là demain, en effet il est parti en vacances. [พรุ่งนี้เขาจะไม่อยู่เพราะว่าเขาไปพักผ่อนวันหยุดแล้ว] 2. จริงด้วย [ใช้เสริมคำกล่าวที่กล่าวมาก่อนว่าเป็นจริงดังนั้น] : Il se disait malade et il était en effet malade. [เขาบอกว่าตัวเขาป่วยแล้วเขาก็ป่วยจริงๆด้วย]
- des nuits pas grandes du tout = คืนอันแสนสั้น [= ที่ได้นอนน้อยมาก]
- en caractère gras = ที่เป็นอักษรตัวหนา
- remède (n.m.) = ยา, การเยียวยา, การแก้ไข
- durer (v.) = กินเวลา, (เวลา)ยืดออกไป, คงทนอยู่ : La vie ne dure pas ! [ชีวิตนั้นไม่จีรังยั่งยืน = ทุกชีวิตต้องตาย]
- geste (n.m.) = อากัปกริยา, การกระทำ
- rassurer qqn (v.) = ทำให้ใครมั่นใจหรือสบายใจ
- confus (adj.) = สับสน, ที่ไม่ชัดเจน : La situation politique est encore confuse. [สถานการณ์ทางการเมืองยังสับสน, ยังขาดความชัดเจน] , Il a un esprit confus. [เขามีสภาพจิตใจที่สับสน]

วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2550

เออ ไม่มีคำบรรยายใดด ๆๆ ให้ฟังแล้วลึกซึ้ง ไม่ต้องบรรยายอะไร ให้ดีเลิศเลอ

เออ ไม่มีเหตุผลไรให้ฉันต้องฝันใฝ่ แค่รู้ว่าทุกข์ใจ แค่นั้นพอ

เออ อยากตายอ่ะ

เออ เพิ่งเข้าค่ายเสร็จล่ะ นานเป็นชาติเรย แต่ก้อหนุดดีอ่ะน่ะ


"9 เทคนิค ฝึกสมองไบรท์ "
โดย วนิษา เรซ ผู้วชาญด้านอัจฉริยภาพจาก ม.ฮาร์วาร์ดผู้หญิงสมัยนี้ อยากสวย ฉลาด และสุขภาพดี ทุกคนจึงพากันดูแลรูปร่าง ด้วยการออกกำลังกาย เคร่งครัด เรื่องอาหารการกิน แต่ไม่เคยมีใครสนใจว่าจะดูแลสมองอย่างไรให้มีสุขภาพดี ทั้งที่สมอง เป็นอวัยวะที่ตัดสินใจทุกเรื่องของชีวิต เราจึงควรเอกเซอร์ไซส์สมองให้ไบรท์ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ต่อไปนี้
1. จิบน้ำบ่อย ๆ (Drink water very often) สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เ่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเ่ยว ซึ่งส่ง ผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ
2. กินไขมันดี (Enjoy good Omega 3) คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วยปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที (Meditation 12 min a day) หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ( ถ้าทำไม่ ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน
4. ใส่ความตั้งใจ (Program the brain: have specific intention) การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิด ขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
5. หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ (Laugh and Smile) ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้น ให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ
6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน (Learn new thing everyday) สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็น โดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และ สร้างสรรค์ ไปเรื่อยๆเมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน (Forgive yourself, reduce brain stress) ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง
8. เขียนบันทึก Graceful Journal (Write graceful journal, good things inlife every day) ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดี ๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
9. ฝึกหายใจลึก ๆ (Deep breath) สมองใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยาย ใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 %การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม
ที่มาhttp://fwmail.teenee.com/


vaincre (v.) [pp = vaincu] = ชนะ, เอาชนะ : Tu dois vaincre ta timidité pour parler en public. / vainqueur (n.m.) = ผู้ชนะ : Qui a été le vainqueur du Tour de France de cette année ? / vaincu (n.m.) = ผู้แพ้ : Malheur aux vaincus !
- stress (n.m.) = ความเครียด : Certains de mes élèves ont trop de stress, cela empêche de bien travailler ! / stresser (v.) = ทำให้เครียด : Tu me stresses avec toutes tes questions ! / stressé (adj.) = รู้สึกเครียด : Je suis stressé par les résultats ! / stressant (adj.) = ที่เครียด : J'ai un travail stressant en ce moment !
- avoir mal (à) + ส่วนต่างๆของร่างกาย (loc. verbale) = รู้สึกเจ็บ, รู้สึกปวดที่... : Elle n'est pas en bonne santé : elle a souvent mal partout. / faire mal (à) + ส่วนต่างๆของร่างกาย (loc. verbale) = ทำให้เจ็บ หรือปวดที่ [คลิก ... ดูคำศัพท์เพิ่มเติมเกี่ยวกับส่วนต่างๆของร่างกาย ... แล้วอยากเจ็บหรืออยากปวดที่ไหนก็เชิญ]
- Ce n'est pas la peine (loc. verbale) = ไม่จำเป็น(ต้องลำบาก) : Ce n'est pas la peine de s'inquiéter, tout se passera bien.
- Ça ira ! (รูป futur ของ Ça va !) = เดี๋ยวก็จะดี หรือสบายดี (เดี๋ยวก็ไม่เป็นอะไรแล้ว)
- se reposer (v.) = พักผ่อน : Je suis fatigué, j'ai envie de me reposer. / repos (n.m.) = การพักผ่อน : Tu travailles trop, papa. Tu as besoin de repos !
- remercier qqn (de /pour qqch)(v.) = ขอบคุณใครสำหรับ : Je te remercie de ton aide.
- indice (n.m.)= ร่องรอย, เครื่องชี้บอก, ดัชนี : L'enquête piétine, la police n'a pas beaucoup d'indices. / À la Bourse, l'indice a gagné 2,5 % [ที่ตลาดหุ้น ดัชนีเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5]- vide (adj. et n.m.)= ว่าง, ความว่างเปล่า : La classe était vide quand je suis arrivé. / N'est-ce pas nous vivons aujourd'hui dans le vide. [ทุกวันนี้มิใช่ว่าเรามีชีวิตอยู่ในความว่างเปล่าหรอกหรือ] / vider (v.) = ทำให้ว่างเปล่า : J'avais très soif et j'ai vidé le verre d'eau d'un seul coup. [ฉันกระหายน้ำมาก แล้วฉันก็ดื่มน้ำรวดเดียวจนเกลี้ยงแก้ว]
- vide (adj. et n.m.) = ว่างเปล่า, ความว่างเปล่า : La classe était encore vide quand je suis arrivé ce matin. / N'est-ce pas vivons-nous aujourd'hui dans le vide ? [ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าพวกเราอยู่ในความว่างเปล่าหรอกหรือ ?] / vider (v.) = ทำให้ว่างเปล่า : J'avais très soif et j'ai vidé le verre d'eau d'un seul coup. [ผมกระหายน้ำมาก แล้วผมก็ดื่มน้ำในแก้วจนเกลี้ยงในรวดเดียว] # plein (adj.) = เต็ม : Il y a la pleine lune ce soir. [คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง] /en plein air = กลางแจ้ง : Nous aimons faire des activités en plein air. /en pleine nuitr = กลางดึก : Je me réveille souvent en pleine nuit. [ผมตื่นขึ้นกลางดึกบ่อยๆ]
- effacer (v.)= ลบออกไป, ทำให้หายไป : Le professeur efface le tableau avant de réécrire. / J'efface tout et j'oublie !
- trace (n.f.)= ร่องรอย : Il y a des traces de rouge à lèvres sur ce verre. [มีรอยลิปสติกอยู่บนแก้วใบนี้น] / tracer (v.)= ทำให้เป็นเส้นหรือเป็นรอย : Le professeur trace un cercle sur le tableau. [ครูลากเส้นเป็นรูปวงกลมบนกระดาน]

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2550


ปิดเทอมแว้ว อยู่บ้านเฉยๆๆ หรือไม่ ไม่เร้ย โฮะๆๆ มีเวลานอน มากมาย ง่ะ พึ่งยืมหนังสือมาจากห้องสมุด หนังสือเตรียมแอด ดูดุ ดูเป็นคนดี 55+ เปล่าเรย ถึงเวลาเนี่ย จะอ่านได้หมดเปล่าไม่รู้


"où" means where. Here are examples that will help you understand how to use "où". It is the same as in English:
There is a grave accent on "où" to tell the difference with "ou" (or) but the pronunciation remains the same.
Où habitez-vous ?Where do you live?
Où partez-vous en vacances ?Where do you go on holidays?
D'où viennent-ils ?Where are they from?
venir de quelque partto come from somewhere


อังกฤษที่ไม่ใช่แค่อังกฤษ

สหราชอาณาจักร (The United Kingdom) หรือที่รู้จักกันในนามของประเทศอังกฤษ ประกอบไปด้วย 4 ประเทศ คือ อังกฤษ (England) สก๊อตแลนด์ (Scotland) เวลส์ (Wales) และไอร์แลนด์ (Northern Ireland) โดยพื้นที่ทั้ง 3 ประเทศ ตั้งอยู่บนเกาะเดียวกัน เรียกว่า Great Britain ส่วนของประเทศไอร์แลนด์ (Northern Ireland) ตั้งอยู่แยกออกไปทางตะวันตกของประเทศ โดยมีทะเลไอริชเป็นตัวคั่นประเทศอังกฤษเป็นประเทศที่มีความเจริญ ทั้งทางด้านวัฒนธรรม ศิลปะ อุตสาหกรรม และการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ จัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา ซึ่งมีห้องสมุด และแหล่งค้นคว้าทางวิชาการมากมาย ให้แก่ผู้สนใจ จึงไม่แปลกเลยที่จะมีผู้ให้ความสนใจมาศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษเป็นจำนวนมากในแต่ละปี นอกเหนือจากประวัติศาสตร์ และระบบการเมืองการปกครองที่มีมายาวนานับศตวรรษ ประเทศอังกฤษยังจัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศที่สวยงาม ทั้งธรรมชาติ รวมไปถึงงานสถาปัตยกรรมเก่าแก่ เช่น ปราสาท และพระราชวังต่างๆ ลักษณะภูมิประเทศถึงแม้ว่าประเทศอังกฤษจะมีพื้นที่ไม่มากนัก แต่ลักษณะของภูมิประเทศก็มีความแตกต่างกันออกไป เช่น พื้นที่ทางตอนเหนือและด้านตะวันตกของประเทศ จะมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง ส่วนทางด้านใต้ และด้านตะวันออก จะมีลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบสภาพภูมิอากาศประเทศอังกฤษมีสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน ความน่าสนใจของสภาพภูมิอากาศของประเทศอังกฤษคือ แม้ประเทศอังกฤษจะมีพื้นที่เล็กน้อย แต่สภาพอากาศในแต่ละพื้นที่จะมีความแตกต่างกันออกไป เช่น ทางตะวันตกจะมีฝนและอุ่นมากกว่าทางตะวันออก หรือในทางเหนือของประเทศจะหนาวกว่าทางใต้ เป็นต้น ฤดูกาลแบ่งออกเป็น 4 ฤดูกาลคือ ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูหนาวภาษา ประชากรและ ศาสนาภาษาอังกฤษเป็น ภาษาทางราชการ และเป็นภาษาสากลที่มีผู้ใช้ในการสื่อสาร มากที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างทางด้าน เชื้อชาติ วัฒนธรรมและศาสนา เช่น มุสลิม ยิว คริสต์ เป็นต้น ทั้งนี้เป็นเพราะมีผู้คนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานพำนักกันในประเทศอังกฤษเป็นจำนวนมาก จำนวนประชากรโดยรวมของประเทศอังกฤษ ประมาณ 60 ล้านคน ระบบการปกครองการบริหารการปกครองของประเทศอังกฤษ แบ่งออกเป็น 6 เขตหลัก1. ลอนดอนและย่านชานเมือง2. การปกครองแบบหนึ่งเดียว3. เขตสภา4. มณฑลนครหลวง5. มณฑล6. ประเทศไอร์แลนด์เหนือ สกุลเงินหน่วยเงินตราของอังกฤษเป็น ปอนด์เสตอริง (GBP) หรือ 1 ปอนด์เสตอริง = 100 เพนนี (p)ธนบัตรมีให้แลกฉบับละ50, 20, 10, 5, และเหรียญ 50p, 20p, 10p, 5p และ 1p 1 ปอนด์เสตอริง = 74 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยน)

วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550


เฮ้อ เสียวเกรดมากมาย เอาไงดีหว่า เออ ไงเราก้อทำเต็มที่ที่สุดแล้วล่ะ ย้ำ เต็มที่ที่สุดแล้วจิงๆ

ง่า ฝรั่งเศลอ่าน เขียนยากอ่ะ เฮ้อ ไมเราทำไม่ค่อยได้หว้า น่าเป็นห่วง แต่ก็เอาเหอะ ทามไปแว้ว

ถ้าคุณเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนค่อนข้างแย่ ขยันน้อยๆ ขี้เกียจนานๆ วันสอบปลายภาคใกล้เข้ามาแล้ว แต่คุณยังใจเย็น คิดว่าค่อยให้เพื่อนติวทีหลังก็ได้ ทั้งที่การสอบคราวนี้จะเป็นตัวตัดสินว่า คุณจะผ่านการเรียนไปสู่ชั้นต่อไปหรือไม่
เมื่อวันสอบมาถึง คุณทำข้อสอบแทบไม่ได้เลย แม้ก่อนเข้าห้องสอบ เพื่อนจะติวแบบเข้มๆ ให้แล้วก็ตาม
คุณออกจากห้องสอบในวันนั้น...ด้วยความมั่นใจเป็นศูนย์
แต่เมื่อถึงวันประกาศผลสอบ คุณกลับได้ผลสอบที่ผิดความคาดหมาย คุณได้เกรด A ในวิชาที่คุณทำแทบไม่ได้เลย อาจารย์ก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าคุณคงจะขยันเป็นพิเศษ เพราะการสอบคราวนี้ชี้เป็นชี้ตายอนาคตของคุณ
แต่คุณแน่ใจว่า อาจารย์ตรวจข้อสอบผิดแน่ๆ หรือไม่ก็ระบบคอมพิวเตอร์เสีย (เหมือน O-Net และ A-Net)
คำถามคือ...คุณจะทำอย่างไร
ก. เดินไปบอกอาจารย์ว่า เกิดความผิดพลาดขึ้น ขอให้อาจารย์ตรวจข้อสอบใหม่
ข. เงียบเข้าไว้ และไปเลี้ยงฉลองขอบคุณเพื่อนที่ติวข้อสอบได้เยี่ยมมาก
ค. ไม่บอกอาจารย์ ไม่ไปเลี้ยงฉลอง แต่จะพยายามขยันเพื่อให้ได้เกรด A ด้วยตัวเองจริงๆ ในการสอบครั้งต่อไป
คิดให้ดีครับ...ว่าคุณจะทำอย่างไร


สำนวนดีๆๆๆ จร้า

ขอบใจจริงๆ [Khob-jaï-jring-jring] est une autre chanson du même chanteur qui me plaît bien. L'homme qui a perdu en amour a comme envie de remercier la femme avec qui il avait partagé des sentiments tendres et qui, finalement, l'a quitté en ne lui laissant que des souvenirs, mais qui lui avait appris à être heureux, à souffrir et à savoir ce que c'est un amour brisé. Donc, un vrai merci !!

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2550


ฮูยใกล้เข้ามาแว้ว จะสอบฝรั่งเศสแล้วววววว โฮยยากรึเปล่ามิรู้ รู้แต่ว่าตายแน่ ถ้าทำไม่ได้

เออ ก้อวันนี้สอบไปบ้างแล้วล่ะ 55+ เมื่อคืนไม่ได้นอนเล้ย พอมาสอบก้อเออ งงบ้างตามธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เฮ้ย แต่เรางงมากอ่ะ สอบมาตั้ง 15 ปี เราไม่เคยหลับเลยน่ะ แต่วันนี้การพูดไมมันรู้สึกง่วงๆอ่ะ เราตกใจมากเลย ว่าเรากล้าหาญชาญชัยหลับได้ด้วยหรือ ช่างเป็นเรื่องที่น่าขายหน้านัก เฮอๆๆ เออ น่ะ เหลืออีก 2 วันระทึกใจ ว่าชีวิตเราจะดำเนินไปยังไงต่อ เออ ว่าแต่ เราจะได้นอนป่ะเนี่ย






La mode a toujours été le théâtre des créateurs les plus farfelus. Voici que les créateurs s’intéressent maintenant à la mode canine.
Réservée, il y a quelques années à des mamies gagas de leur toutou, la mode canine se développe et je parierai presque ma petite culotte en velour de chez Cannelle [1] que nous ne tarderons pas à voir fleurir les magasins de prêts-à-porter pour toutous.
Plus qu’un produit utile qui servait à protéger les petits chiens à poils cours du froid hivernal, l’habillement canin est devenu un véritable accessoire de mode.
On le trouve non seulement sur le web dans des boutiques chics comme cette boutique on-line http://www.minimodecollection.com/ mais également dans certains salons de toilettage, qui n’hésitent plus à afficher en vitrine des mannequins présentant la collection d’hiver, petit pull en laine à 45 euros, manteau imperméable à 56 euros et les petits chaussons assortis à 35 euros.
Alors que les psychologues, les restaurants, les supermarchés pour animaux fleurissent notamment aux Etats-Unis, on en vient à se demander quelle est la place de l’animal domestique dans notre vie de tous les jours ?
Et c’est avec étonnement que je parcours le site http://www.glamourdog.com/ ... Non content de vendre de petits manteaux, on trouve également des robes de soirée, des costumes, et des bikinis ! Et si vous souhaitez marier toutou à la petite chienne des voisins, vous trouverez sur ce site, les alliances et les vêtements pour cette fabuleuse occasion.
Jetez un œil au rayon alimentation animal de votre supermarché et vous verrez que le marketing s’est emparé de ce phénomène en proposant aux maîtres attentionnés toute une gamme de produits équilibrés avec légumes, fibres, viandes variées, alimentation light, petits biscuits et autres friandises ...
Quand le maître ne cuisine pas lui-même le repas de son chien affirmant que c’est bien meilleur pour lui que ce que l’on trouve dans le commerce.
L’homme fait un véritable transfert affectif sur l’animal pas seulement les personnes âgées qui n’ont plus leurs enfants ou ceux qui ne veulent tout simplement pas d’enfant. Le chien est pour certain un humain miniature que l’on met au régime pour étouffer ses propos scrupules à trop manger, ou que l’on nourrit beaucoup trop pour se faire plaisir par procuration alors que l’on est soi-même au régime ... N’avez-vous jamais entendu ou pensez vous-même « mais mon chien est beaucoup plus humain que mon voisin ? » ou « il ne lui manque que la parole » ?
Le chien n’est pas et ne sera jamais un humain. Et même s’il s’adapte à notre mode vie et à nos habitudes, il reste un animal malgré tout. Un animal dépendant de l’homme et soumis à celui-ci mais un animal tout de même. Cela n’est en rien péjoratif c’est un fait. Et s’il est certain qu’il nous faut faire attention à lui comme il faut être attentif à toute vie sur terre, a-t-on réellement le droit d’en faire un jouet vivant ?
La place du chien dans notre société moderne n’est plus uniquement celui d’un compagnon, l’homme en fait son jouet. C’est une poupée miniature, qui supportera toutes les humiliations pour lui faire plaisir ... A trop vouloir l’aimer, on l’éloigne de sa véritable nature. Si l’ancêtre du chien est bien le loup, c’est avec un certain malaise que je compare aujourd’hui les photos de cet animal sauvage et celle de ce petit chien en robe fleurie et petits nœuds sur la tête ...
สำนวนที่ใช้กับ V. Être จ้า
1. être à qn ( = appartenir à ) = เป็นของ- Ce livre est à Loïc.
2. être en avance, en retard, à l' heure, à temps = (มา)ก่อนเวลา, ช้ากว่ากำหนด, ตรงเวลา, ทันเวลา - Elle arrive toujours en avance à son cours.
3. être de retour = กลับมา(จาก)- Ah! Vous êtes de retour de vos vacances !
4. être de l'avis de qn = เห็นด้วย, มีความเห็นเหมือนกับ...- Je ne suis pas de votre avis.
5. être d'accord avec qn = เห็นด้วย, เห็นพ้องด้วย- Je suis d'accord avec vous pour la date du départ.
6. être pour / contre qch = เห็นด้วย / คัดค้าน- Tout le monde est pour / contre ce projet de loi.
7. être de bonne ( mauvaise ) humeur = อารมณ์ดี (ไม่ดี)- Mon père est toujours de bonne humeur.
8. être sur le point de faire ( qch ) = กำลังจะ- Nous sommes sur le point de sortir.
9. être en train de faire ( qch ) = กำลัง- Les élèves sont en train de déjeuner à la cantine.
10. être au chômage = ว่างงาน, ตกงาน- Avec la crise économique, beaucoup d'employés et d'ouvriers sont au chômage.
11. être en vacances, en congé = อยู่ในช่วงปิดภาคเรียน, มีวันหยุด, - Les élèves et les écoliers français sont en grandes vacances de juillet à août.
12. être à la retraite = เกษียรอายุ- Les Français, comme les Thaïlandais, sont à la retraite à 60 ans.
13. être aux guets = คอยเฝ้ามอง- Pendant le cambriolage, un des voleurs est aux guets pour voir si quelqu'un approche.
14. être à la diète, au régime = จำกัดอาหาร, ระวังเรื่องอาหาร- Elle est au régime en ce moment. Elle fait très attention à ce qu'elle mange.
15. être au courant de qch = รู้, อยู่ในกระแส...- Tu es au courant de la nouvelle ?
16. être à la mode = ทันสมัย, ตามแฟชั่น- Elle porte toujours des vêtements à la mode.
17. être branché = ทันสมัย, เกาะติดกระแส... - Ces étudiants sont branchés.
18. ne pas être dans son assiette = รู้สึกไม่สบาย- Pierre n'est pas dans son assiette ! Il ne peut pas finir son repas.
19. être hors de soi = โกรธ, โมโห- Les enfants ont peur quand leur père est hors de lui.
20. être pressé = รีบ- Je me suis levé(e) tard cematin. Et maintenant je suis très pressé(e).
21. être en passe de faire qch ( = être sur le point de, être en état, en situation de ) = กำลังจะ- Il est en passe d'être nommé inspecteur.
22. être en mesure de faire qch ( = être capable de ) = สามารถ- Cette société est en mesure d'embaucher des centaines de personnes.
23. être dans la lune, = ใจลอย- Il n'entend pas ce que disent ses amis ! Il est toujours dans la lune !
24. être en lutte ( contre ou avec qn ), être en révolte contre = ต่อสู้, ต่อต้าน - Nous sommes en lutte contre toutes sortes de pollutions.
25. être au service de qn = ให้บริการ, รับใช้- Je vous remercie beaucoup. - A votre service, madame.
26. être à la disposition de qn = มีไว้ให้บริการ- Tous les livres dans cette bibliothèque sont à votre disposition.
27. être adroit de ses mains = ชำนิชำนาญ, คล่องแคล่ว- Cet artisan est très adrit de ses mains.
28. être à la merci de qn, de qch = ต้องพึ่งพา- Sur la route, on est à la merci du premier chauffard venu.
29. être au point = สมบูรณ์, เพรียบพร้อม, ทันสมัย- Le nouveau modèle est très au point.
30. être au point mort = ไม่ก้าวหน้า, ไม่คืบหน้า- La négociation entre le patron et les employés est au point mort.
31. être mal en point = ไม่สบาย, อยู่ในสภาพไม่ปรกติ-
32. être en règle = ถูกต้อง, เรียบร้อย(ตามระเบียบ)- Pour passer la frontière, il faut être en règle.
33. être au regret de faire qch = เสียใจที่...-
34. être à la recherche de qn, de qch = ตามหา-
35. être de rigueur = เข้มงวด, จำเป็น, บังคับ- L'uniforme est de rigueur pour tous les élèves thaïs.
36. être à bout de forces, de souffle = เหนื่อย, หมดแรง-
37. être à la fête ( = éprouver une grande satisfaction ) = สนุก, พอใจ -
38. ne pas être à la fête ( = être dans une situation désagréable ) = อยู่ในสภาพลำบาก, ไม่สนุก-
39. Ça va être sa fête ( fam. ) ( = il va être malmené ) = ถึงคราวซวยของ(ใคร)แล้ว- Ça va être ta fête, gare à toi.
40. être en feu = ลุกเป็นไฟ, ไฟไหม้-
41. être bien en chair ( = avoir de l'embonpoint ) = เจ้าเนื้อ(อ้วนท้วนสมบูรณ์)-
42. être disposé à faire qch ( être préparé à, avoir l'intention de ) = พร้อมที่จะ, ตั้งใจที่จะ...-
43. être bien / mal disposé envers qn ( = lui vouloir du bien / du mal ) = หวังดี / หวังร้ายต่อใคร-
44. être en état / hors d'état de faire qch ( = être capable ou non de ) = สามารถ / ไม่สามารถ (อยู่ในสภาพ / ไม่อยู่ในสภาพ)ที่จะ...-
45. être en faillite = ล้มละลาย-
46. Il ( C' ) est l'heure ( ou Il est temps ) de qch, de faire qch = ถึงเวลา(ของอะไร), ถึงเวลาที่จะ...-
47. être à lécoute de qn, de qch = ฟัง-
48. être sur la réserve ( = ne pas se livrer, s'engager imprudemment = สงวนตัวที่จะไม่... , ไม่ผลีผลาม -
49. être à l'œuvre = ลงมือ, ทำงาน-
50. être à l'écart = อยู่ห่าง, โดดเดี่ยว-
51. être en cours = กำลัง(ดำเนินอยู่)- Les travaux sont en cours.
52. être en péril = อยู่ในอันตราย, เสี่ยง-
53. Ç' est une question de vie ou de mort. / Ç' est une question de temps, de goût, de bon sens, etc., = เป็นเรื่องความเป็นความตาย, เป็นเรื่องของเวลา, เป็นเรื่องของความชอบ-
54. Il est question qu'il prenne sa retraite. / Il n'est pas question que tu partes. = เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทีเขาจะเกษียรอายุ / ไม่มีทางที่เธอจะได้ไป-
55. être en déclin = ตกตํ่า, เสื่อมถอย-
56. être à son affaire ( = se plaire à ce qu'on fait ) = เพลิดเพลินกับสิ่งที่ทำ- Il est à son affaire quand il s'agit de réparer un poste de radio.
57. être de taille à faire qch ( = être capable de le faire ) = สามารถ, มีขีดความสามารถที่จะกระทำได้-
58. être assis en tailleur = นั่งขัดสมาธิ-
59. être dans la misère = ทุกข์ยาก, ลำเค็ญ-
60.Ça y est ! = เรียบร้อย, เสร็จแล้ว-
61. Vous y êtes ? ( = Vous comprenez ? ) / J'y suis! ( = Je vous comprends ) = เข้าใจไหม / เข้าใจแล้ว-
62. Je suis à vous ( tout de suite / dans un instant ) = ดิฉันพร้อมจะให้บริการคุณ(เดี๋ยวนี้แล้ว / ในอีกสักครู่)-
63. être tenu par une affaire urgente,etc., ( = être occupé ) = ติดธุระด่วน (=ไมว่าง)-
64. être tenu de faire qch = จำเป็นต้อง...-
65. être en tenue légère ( = peu vêtu ), en tenue de ville, en tenue de sport, etc., = (ใส่)อยู่ในชุดเบาๆ(= นุ่งน้อยห่มน้อย), ชุดสากลนิยม, ชุดกีฬา ...-
66. être à la portée de qn = สามารถไขว่คว้าได้, เป็นเจ้าของได้, เอื้อมถืง-
67. être bien / mal portant = สุขภาพดีแข็งแรง / สุขภาพไม่ดี-
68. être en ( pleine ) forme = สดชื่นแข็งแรง-
69. être favorable à qch = ที่เอื้อให้กับ, เห็นชอบด้วยกับ...-
70. être en faveur de qn, de qch ( ou auprès de qn ) = สนับสนุน(อะไร หรือใคร)-
71. être facile / difficile d'accès = เข้าถึงได้ง่าย / เข้าถึงยาก-
72. être d'un accès facile / difficile = เข้าถึงได้ง่าย / เข้าถึงยาก-
73. Je n'ai jamais été en Espagne. ( = Je ne suis jamais allé en Espagne ) = ฉันไม่เคยไปสเปน-
74. J'ai été manger au restaurant. ( = Je suis allé mager dans un restaurant ) = ฉันไปกินอาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่งมา-
75. Il est vain de faire qch / C'est en vain que tu lui en parles! = ไม่มีประโยชน์อะไร(ไร้ผล)ที่จะ...-
76. être sauf = ปลอดภัย- Sa vie est sauve
77. être en nage = เหงื่อท่วมตัว-
78. être à la source de qch = เป็น(แหล่ง)ที่มาของ..., เป็นสาเหุตของ...-
79. être à l'origine de qch = เป็น(แหล่ง)ที่มาของ..., เป็นสาเหุตของ...-
80. être d'origine modeste, paysanne, noble, etc., = มาจากชนชั้นล่าง, ชนชั้นชาวนา, ชนชั้นขุนนาง-
81. être en ( ou sur ) scène = เข้าฉาก, ขึ้นเวที-
82. être en plein boom = กำลังเป็นที่นิยมสุดๆ, กำลังขยายตัวอย่างมาก-
83. Elle était à la limite ( au bord ) de la crise de nerfs! = หล่อนใกล้จะระเบิดแล้ว ! -
84. être fou ( folle ) de qn, qch = บ้าใคร, บ้าอะไร-
85. être de bon / mauvais poil = อารมณ์ดี / อารมณ์ไม่ดี-
86. être tout yeux tout oreilles = ตั้งใจมาก, ใส่ใจเป็นพิเศษ-
87. être sans le sou = ไม่มีเงิน-
88. être fauché = ถังแตก (= ไม่มีเงิน)-
89. être sur la même longueur d'ondes = (อยู่บนคลื่นความถี่เดียวกัน) = พูดกันรู้เรื่อง-
90. être tout sucre tout miel = หวานจ๋อย (คนรักที่หวานซึ้งต่อกัน)-
91. être sensible à qch = อ่อนไหวต่ออะไร-
92. être habile à qch, à faire qch = ชำนิชำนาญในเรื่อง..., คล่องแคล่วในการทำ...-
93. être doué pour qch = มีความสามารถ (พรสวรรค์) ในเรื่อง...-
94. être en grève = ประท้วง, สไตรค์-
95. être en tort, être dans son tort = คิดผิด, พูดผิด, เข้าใจผิด-
96. être pris, occupé = ไม่ว่าง, ติดธุระ-
97. être obligé de faire qch = จำเป็นต้อง...-
98. être apte à qch, à faire qch = เหมาะที่จะ, สามารถที่จะ...-
99. être capable de qch, de faire qch = สามารถที่จะ...-
100. être reçu à l'examen / être collé à l'examen = สอบได้, สอบตก -
101. être dans la gêne = รู้สึกเคอะเขิน, เขินอาย-
102. être sans gêne = เป็นกันเอง, ไม่เกรงใจ
เดือนหน้า นี้ อ.เกรียงไกรจะไปฝรั่งเศสแล้ว ของให้เดินทางโดยสวัสดิภาพน่ะค่ะ
Bon voyard

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2550



เออ เราใกล้จะสอบแว้ว เออเอาเข้าไป เยี่ยม

เหมือนหมีจะจมหรือควานหาไรอยู่ ก้อเปรียบเสมือนชีวิตของฉันที่กำลังเคว้งขว้าง และกำลังค้นหาอะไรบางอย่างเหมือนกัน


La banquise fond et menace l'ours polaire
La réduction attendue des glaces arctiques en raison du réchauffement climatique pourrait entraîner la disparition des deux tiers des ours polaires dans le monde d'ici 2050, selon des études publiées vendredi par les USA.
Les ours polaires, que les autorités fédérales américaines proposent de placer sur la liste des espèces en danger d'extinction afin de les protéger, ont besoin de la banquise comme plate-forme pour chasser les phoques, leur principale source de nourriture. Or, les modèles utilisés par les scientifiques de l'U.S. Geological Survey, le Bureau géologique américain, montrent que les superficies de glaces arctiques formant l'habitat des ours populaires en été vont se réduire de 42% au cours des prochaines décennies. L'été est une période cruciale de chasse et de reproduction pour ces mammifères.
20'000 à 25'000 ours blancs
L'équipe de l'U.S. Geological Survey, composée notamment de scientifiques du gouvernement américain, a analysé durant six mois un ensemble de données pour établir la relation directe entre la superficie des glaces arctiques et la survie des ours polaires, dont la population totale est estimée entre 20'000 et 25'000. Ces experts ont en outre estimé que leurs conclusions étaient prudentes car les meilleurs modèles informatiques existants sous-estiment probablement le rythme de fonte des glaces polaires, selon eux.
ง่าๆๆใกล้สอบแล้วง่า โฮย เครียดโว้ย**********************

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2550


เออ ประเมินเสร็จแล้วล่ะ เหนื่อยมากมายอ่ะ เมื่อวานนี้ สลบไปเลย โฮยเออ มีเวลาไม่ค่อยมากอ่ะน่ะ หนังสือยังไม่ได้อ่านเลย ฮูยเครียดโคด
วันพฤหัสนี้ ไปรับรางวัลล่ะ ที่สภาสังคมสงเคราะ เอที่จริงอ่ะมีงานทั้งวัน แต่เราต้องโดดมาตอนบ่าย เพราะมีวิด กับสอบฝรั่งเศส ขืนเราขาดมีหวังเราตายแน่
เออ ไว้ปิดเทอมเดวเรามาโม้ใหม่น่ะ เพราะบอกตามตรง เราไม่มีเวลาอ่านหนังสือเรย เครียดมากมาย กลัวว่ะ กลัวจิงๆ ว่าจะทำไม่ได้ แต่เราก้อเข้าเวปฝรั่งเสสทุกวันอยู่แล้วล่ะ แต่จะอัพไม่ได้บ่อยนัก



Ampalaya Omelette

You will need:
1 medium sized ampalaya, de-seeded and chopped1 small onion, chopped3 garlic cloves, choppedtomatoes, chopped2 eggs, beatenolive oil for sautéing
Directions:
1. Saute garlic and onion until slightly brown.
2. Add tomatoes and ampalaya. Stir fry for a few more seconds.
3. Switch heat into low-fire.
4. Pour the eggs and let stand until cooked. Take care not to overcook. It should be slightly brown.
5. Season with pepper or salt then serve.



Going to the dogs?Allez aux chiens…This year’s 10th annual Truffle Market came in with a splash, but trufficulture in the region is dogged by controversy as major swindles on the truffle front somewhat dampened this year's celebration. But first, a first... Despite the cold drizzle, a group of hearty souls pulled off a feat never before seen here: une omelette gigantesque in the middle of the Place aux Herbes in Uzès. Several dozen chefs, 3,000 eggs, and 5 kilos of black truffles came together this rainy morning to create a huge truffle omelet in a 12-foot pan. The wood fire was stoked early, but more soaked than stoked as the morning progressed. Nevertheless, many hundreds lined up to buy a portion of omelette, bread, and wine (7 euros), then scurried off under the arches to feast on this simple but traditional truffle concoction. Truffle-hunting dog and pig demonstrations were postponed because of the weather. Everyday dogs on wet leashes sulked as their owners strolled about under umbrellas. Speaking of dogs…